ท่องโลกกับ Smart Device

“ท่องโลกอย่างสะใจ ใช้เทคโนโลยีช่วย ทั้งในการเตรียมตัวและเดินทาง
การแชะ แช็ต แชร์เพื่อแบ่งปันเรื่องราวกับเพื่อนๆ สนุกกว่าไปคนเดียว”

หลายคนชอบพูดว่า “ชีวิตคือการเดินทาง” และอีกหลายคนชอบเอาการเดินทางไปผูกกับอุปกรณ์ทันสมัยไฮเทคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องดิจิตอล สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค ฯลฯ ที่ไปไหนต้องพกไปด้วย ไม่งั้นรู้สึกเหมือนกับขาดอะไรไปสักอย่าง สำหรับผมต้องขอสารภาพตามตรงว่าเป็นทั้งสองอย่างเลย เพราะเป็นคนทำหนังสือด้านเทคโนโลยีมานานนับสิบปี แต่หลังๆ มาทำหนังสือคู่มือท่องเที่ยว ที่จริงผมชอบเดินทางมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีสมาร์ทโฟนหรืออินเทอร์เน็ตให้ใช้ บางประเทศก็ไปบ่อยปีละหลายครั้ง หรือไปแบบปุบปับ เอกสารไม่เรียบร้อย จนโดน ตม. (เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง) หลายประเทศ (ออสเตรเลีย, อเมริกา, ..) เรียกเข้าห้องเย็นไปสอบปากคำมาแล้วมากกว่าหนึ่งหน :-(

การเดินทางแต่ละครั้งให้อะไรกับเราบ้าง? ได้เห็นโลกกว้าง ประสบการณ์ใหม่…”

การเดินทางแต่ละครั้งให้อะไรกับเราบ้าง? ได้เห็นโลกกว้าง ประสบการณ์ใหม่ ไอเดียใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ที่แตกต่างไปจากที่เราเคยพบทุกๆ วัน มันเหมือนกับการเปิดใจของเราให้กว้าง ให้เห็นว่าคนอื่นๆ ที่เค้ามีเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรา ซึ่งยังมีอีกมากมายในโลก เค้ากินอยู่ใช้ชีวิตกันอย่างไร ทำอะไร คิดอะไร และมองเราอย่างไร และที่สำคัญก็คือเป็นการออกไปจาก “พื้นที่ที่เราคุ้นเคย” หรือ comfort zone ไปสู่ความท้าทายใหม่ๆ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยอย่างการกินอาหารพื้นเมืองซึ่งไม่คุ้นลิ้น ไปจนถึงการเดินขึ้นเขาท่ามกลางหิมะตก หรือแม้แต่การเบียดเสียดแย่งขึ้นรถเมล์ รอหรือแย่งแท็กซี่กับคนท้องถิ่น เพราะไปเจอช่วงที่พนักงานรถไฟสไตรค์กันทั้งเมือง ฯลฯ ทั้งหมดนี้หากมองที่แต่ละเรื่องย่อยๆ อาจดูไม่สำคัญ แต่ในภาพรวมแล้วสิ่งเหล่านี้แหละที่จะทำให้เราเข้าใจความแตกต่างและการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบันมากขึ้น ให้เราพร้อมมากกว่าคนอื่นๆ ที่จะเปิดใจและเข้าใจผู้คนที่คิดต่างจากเรา (ไม่มีนัยยะเกี่ยวกับการเมืองช่วงนี้นะคร้าบ รับรองได้ :-) รวมถึงสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งมีเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ใครต่อใครได้ฟังและได้ทึ่งกับประสบการณ์ของเราอีกมากมาย

 “ที่สำคัญก็คือ การเดินทาง เป็นการออกไปจาก ‘พื้นที่ที่เราคุ้นเคย’ หรือ comfort zone ไปสู่ความท้าทายใหม่ๆ”

 

แล้วเทคโนโลยีที่พกพาไปด้วยช่วยให้อะไรกับการเดินทางบ้าง? นอกจากที่ต้องแบกของหนักและพะรุงพะรังขึ้นพอสมควรแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็คือ

Continue reading

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Gadget, Lifestyles, Travel | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

“ใช้ LINE แชทเกิน 100 คนในกลุ่มได้ยังไง ?” ตอบแบบสั้นกับแบบยาว

บังเอิญที่บริษัท โปรวิชั่น ที่ผมทำอยู่ ได้ทำหนังสือเกี่ยวกับการใช้แอพ LINE ด้วย ก็เลยมีผู้อ่านถามมาว่า “ใช้ LINE แชทเกิน 100 คนในกลุ่มได้ยังไง ?” เพราะตอนนี้แอดสมาชิกในห้องแชทไปจวนจะเต็ม 100 แล้ว คำถามนี้ตอบสั้นๆ ว่า “ทำไม่ได้ครับ แอพเค้าทำมาให้แค่นั้นเอง” ก็ได้ แต่ก็คงมีคำถามต่อว่าจะทำอย่างไรดีจึงจะแชทกันมากกว่า 100 คนได้ กรณีที่ยกมาคือสมาชิกในหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ มีนับได้เกินร้อยบ้าน จะส่งข่าวถึงกันแบบทันทีทันใด มีตั้งแต่เรื่องรถติดวันนี้เข้าออกทางไหนดี หรือจะเข้าออกหมู่บ้านทางไหนเพื่อหลบการชุมนุมทางการเมือง จนถึงเรื่องสัพเพเหระ ให้กำลังใจ ขำขัน ฯลฯ

2014-01-27_122922

ตอบแบบสั้น

ทางออกแบบง่ายที่พอจะแนะนำได้ก็เช่นการตั้ง Group ย่อยหลายๆ อันแยกไป เป็น Group 1, 2, … ซึ่งไม่ค่อยสะดวกเพราะคนที่เป็นแอดมินซึ่งอยู่ทุกห้องต้องมีภาระคอยเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากห้องหนึ่งไปใส่ห้องอื่นๆ ให้ จะไปใช้แอพในตระกูล LINE อย่าง LINE Band ที่รับส่งได้มากคนกว่านั้น คนไทยก็ไม่ค่อยเล่นกัน เห็นทีจะต้องกลับไปพึ่ง Facebook กันแล้ว เพราะการส่ง message ใน Facebook สามารถส่งได้พร้อมกันถึง 250 คน (อ้างอิงจาก www.facebook.com/help/131313586947248) แต่ก็นั่นแหละครับ คำถามเดิมคือถ้าเกิน 250 อีกแล้วจะทำอย่างไร อันนี้ Facebook แนะนำว่าถ้าจะสื่อสารกับคนจำนวนมากพร้อมกัน ให้ไปโพสต์ที่ใน Group แทนการส่ง message จะดีกว่า

ที่จริงแล้วบางทีไม่ทันถึง 250 คน บางคนที่ส่งบ่อยๆ ก็บอกว่าโดน Facebook เตือนให้ลดจำนวนคนใน Group ลงเสียบ้างแล้ว (ไม่งั้นอาจโดนบล็อคไม่ให้ส่ง message อีก) แอพอื่นๆ ที่นิยมใช้กันใน
ส่วนอื่นๆ ของโลกอย่าง Whatsapp ก็จำกัดจำนวนแค่ 50 คนใน Group เท่านั้น

Continue reading

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Technology | Tagged , , , , , , , , , | Leave a comment

Review Galaxy Note 3 + Gear แบบควักกระเป๋าซื้อเอง (ตอนที่ 2)

Photo 10-10-13 15 49 56

ในตอนที่แล้วผมรีวิว GALAXY Gear ไว้อย่างผ่านๆ เพราะพบว่ามันใช้งานกับ Galaxy S4 ได้ยังไม่ดีนัก คงต้องรออัพเดท วันนี้เลยขอจัดเต็มคว้าเอาเครื่อง Note 3 มาจับคู่กับ Gear ให้มันรู้ชัดๆ ไปเลยครับว่าอะไรที่มันทำได้และไม่ได้

หลังจากเล่นกับมันแบบจัดเต็มอยู่สองสามวัน …
แล้วผมก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อ Gear และรวมถึง Note 3 ไปพอสมควรทีเดียว

เอาเรื่อง Gear ก่อนดีกว่า ตอนนี้พอจับคู่กับ Note 3 เรียกได้ว่าทำได้ครบทุกฟังก์ชั่น รวมไปถึงการติดตั้งโปรแกรมเสริมเช่น LINE และอื่นๆ เช่น หน้าปัดนาฬิกาสารพัดดีไซน์ บางอันก็กิ๊บเก๋แข่งกับนาฬิกาแฟชั่นได้สบาย ก็แน่ละ มันเป็นจอภาพนี่ อยากได้ตัวเลขดิจิตอล หรืออนาล็อกแบบมีหรือไม่มีเข็มวินาที ประหลาดพิสดารยังไงก็ทำได้ทั้งนั้น :-)

แต่ที่ประทับใจขึ้นมากก็คือฟังก์ชั่นการโทรศัพท์ ด้วยสองเหตุผลหลักๆ คือ

Continue reading

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Technology | Tagged , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

รีวิว Samsung Galaxy GEAR ฉบับควักกระเป๋าซื้อเอง (ตอนที่ 1)

สีส้มจี๊ดได้ใจจริงๆ

สีส้มจี๊ดได้ใจจริงๆ

อาจมีหลายคนได้ทดลองใช้นาฬิกาสุดไฮเทคอย่าง Samsung Galaxy Gear ไปบ้างแล้วจากงานต่างๆ ที่ทางซัมซุงเอามาให้ทดลองเล่นกัน แต่ก็คงเป็นช่วงสั้นๆ สำหรับบทความนี้ผมจะรีวิวแบบใช้งานจริงที่ควักเงินในกระเป๋าซื้อเอง ไม่ได้รับแจกมาแต่อย่างใดทั้งสิ้น! ขอบอกก่อนนะครับว่าความเห็นส่วนตัวล้วนๆ เลย ไม่เห็นด้วยไม่ว่ากัน

แท่นชาร์จสีเข้ากัน สังเกตเข็มทองแดง 5 จุดที่ต่อกับตัว GEAR แบบนี้น้ำเข้าไม่ได้

แท่นชาร์จสีเข้ากัน สังเกตเข็มทองแดง 5 จุดที่ต่อกับตัว GEAR แบบนี้น้ำเข้าไม่ได้

แกะกล่องออกมาก็เห็นสายและแท่นชาร์จเป็นสีส้มสดใสเข้าชุดกัน ใครใช้สีอื่นก็คงได้ที่สีกลมกลืนโทนเดียวกันไปด้วย ส่วนใครที่คุ้นกับผมคงรู้อยู่แล้วว่าต้องสีส้มเท่านั้นถึงจะจี๊ดได้ใจ พูดเลย!?

แท่นชาร์จมีช่องให้เสียบสาย Micro USB ด้วย จะใช้อะแดปเตอร์ที่ให้มาหรือแบบทั่วไปก็ได้ ส่วนตัวนาฬิกาต่อกับแท่นชาร์จด้วยแผ่นทองแดงเล็กๆ 5 ขั้ว คล้ายกับที่ใช้ในโทรศัพท์ไร้สายตามออฟฟิศ การที่ไม่มีช่องเสียบ USB มาให้ที่ตัวนาฬิกาเลยก็น่าจะเพราะนาฬิกามันต้องกันน้ำได้ ขืนมีช่องเสียบก็ต้องมานั่งทำแผงยางกันน้ำอุดกันอีก เพิ่มความเสี่ยงเปล่าๆ ยังงี้น่าจะดีแล้ว นอกจากนี้แท่นชาร์จยังทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการเชื่อมต่อแบบ NFC เพื่อให้เอามาแตะกันแล้วสามารถ connect Bluetooth ได้เลยโดยไม่ต้อง pair ให้ยุ่งยาก (เสียดายว่าผมลองหนแรกแล้วไม่เห็นเวิร์ก สักพักก็เลยเลิก หันมาใช้วิธี pair Bluetooth แบบ Manual เอาดีกว่า ชัวร์ดี ว่างๆ ค่อยลองใหม่ คาดว่าถ้าพยายามจริงๆ คงเวิร์กแหละ)

อ้อ! บอกก่อนว่าผมเอามาใช้กับ Galaxy S4 นะครับ พอดี Note 3 ไม่ว่าง ติดใช้งานอื่นอยู่?

ก่อนจะใช้กับ Galaxy Gear ได้ก็ต้องไปโหลดแอพ Galaxy Gear Manager จากสโตร์ Samsung Apps มาก่อน (ไม่ต้องไปหาใน Google Play Store นะครับ ไม่มี) ไม่งั้นแพร์ด้วยบลูทูธไปแล้วทำอะไรไม่ได้ เป็นได้แค่หูฟังกับไมโครโฟนเท่านั้นเอง พอได้แอพนี้มาแล้วก็สามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่าง เช่น

Continue reading

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Gadget, Technology | Tagged , , , , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

วิธีแก้เครื่องหน่วงหรือกินแบตเมื่ออัพเป็น iOS 7

เห็นหลายๆคนอัพ iPhone 4 หรือ 4s เป็น iOS 7 แล้วบ่นว่าเครื่องหน่วงๆ บางขณะหรือไม่ก็แบตเตอรีหมดเร็ว บางคนแม้แต่ iPhone 5 ก็รู้สึก ลองอ่านวิธีแก้ตรงนี้สักนิดเผื่อจะช่วยได้บ้าง ซึ่งปัญหาน่าจะเกิดจาก iOS 7 เขียนมาให้ทำอะไรมากกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่งถ้าเราปิดการทำงานไปก็น่าจะลดอาการที่ว่าไปได้ ตามนี้

เลือก Reduce Motion เป็น On ลดลูกเล่นภาพเคลื่อนไหว

Reduce Motion

Reduce Motion

โดยเลือก Settings > General > Accessibility > Reduce Motion เพื่อลดลูกเล่นกราฟิก เช่น wallpaper ขยับตามเมื่อเอียงเครื่อง หรือไอคอนวิ่งไปมาเวลาเปลี่ยนระหว่างหน้าแอพกับหน้า Home ซึ่ง iPhone 5s มีชิป Motion processor M7 ที่ทำเรื่องนี้ได้ดีกว่า iPhone รุ่นอื่นๆ ก็จะไม่หน่วง รุ่นอื่นที่ไม่มีก็จะหน่วงกว่า หากเลือกตรงนี้การทำงานก็จะเร็วขึ้น หน่วงน้อยลง และยังลดการทำงานของซีพียู จึงประหยัดไฟขึ้นด้วย

ลองดูวิดีโอข้างบนนะครับ ถ้าขยับเครื่องเอียงไปมาแล้วรูปพื้นหลังขยับได้แบบนี้ แสดงว่า Reduce Motion เป็น Off อยู่ครับ

เลือกไม่อ่านข้อมูลเบื้องหลัง (Background App Refresh)

Background App Refresh

Background App Refresh

iOS 7 เป็นรุ่นแรกที่ยอมให้แอพต่างๆ ทำงานอยู่เบื้องหลังขณะที่เราทำงานอื่นๆ ได้ ตรงนี้ก็เลยเปิดให้หลายๆ แอพ เช่น Google Map, Foursquare, Weather, Stock และอื่นๆ สามารถต่อเน็ตเพื่ออัพเดทข้อมูลไปพลางๆ พอเราเรียกใช้ก็แสดงข้อมูลล่าสุดได้ทันทีทันใด ไม่ต้องรออ่านจากเน็ตใหม่ แต่ข้อเสียคือไปแย่งเวลาทำงานของแอพอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเครื่องหน่วงไปนิด และกินไฟมากขึ้นอีกหน่อย ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ให้เลือก Settings > General > Background App Refresh แล้วเลือกปิดเป็นตัวๆ ไป หรือจะปิดทีเดียวทั้งหมดเลยก็ได้

 

 

 

ปิดการอัพเดทแอพอัตโนมัติ (Automatic Downloads)

iTunes & App Store Automatic Downloads

iTunes & App Store Automatic Downloads

อีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาใน iOS 7 คือการอัพเดทแอพที่มีติดตั้งอยู่แล้วในเครื่องให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่โดยอัตโนมัติ (ซึ่งระบบอื่นอย่าง Android ทำได้มาตั้งนานแล้ว แต่ทาง Apple วางนโยบายเข้มงวดกว่า เพิ่งจะมาปล่อยตอนนี้) ซึ่งลดภาระผู้ใช้อย่างเราไม่ต้องมาคอยสั่งอัพเดทบ่อยๆ เพระาแอพในเครื่องชักจะมากมายมหาศาลขึ้นทุกที แต่ก็ทำให้เกิดการทำงานภายในพร้อมๆ กับงานอื่นโดยที่ผู้ใช้อย่างเราอาจไม่ทันสังเกต (ถึงแม้อาจจะมีสัญลักษณ์วงหมุนๆ ให้รู้ว่ากำลังใช้เน็ตผ่านมือถือหรือ Cellular Data อยู่ก็ตาม) ซึ่งมีผลให้เครื่องหน่วงไปอีกนิด กินไฟเพิ่มไปอีกหน่อย แถมถ้าใครใช้เน็ตแบบจำกัดปริมาณข้อมูลว่าได้กี่เมกะไบต์ก็อาจจะเปลืองโควต้าเพิ่มไปโดยไม่รู้ตัวด้วย หากใครไม่ชอบใจตรงนี้ก็ปิดได้ โดยไปสั่งที่?Settings > iTunes & App Store?หัวข้อ?AUTOMATIC DOWNLOADS?ข้างล่าง เลือกปิดข้อ?Updates?หรือถ้าจะปิดแค่ไม่ให้อัพเดทผ่านเน็ตมือถือก็ปิดแค่ข้อ?Use Cellular Data?ข้างล่างก็พอครับ

เอาละครับ ตานี้ก็ลองกลับไปทำดูนะครับว่าเครื่องของคุณที่อัพ iOS7 แล้วอาการดีขึ้นมั้ย ;-) แต่ผมใช้แล้วไม่ผิดหวังครับ

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Technology | Tagged , , , , , , | 2 Comments

iOS 7 พระเอกตัวจริงของ Apple

UI ใหม่ของ iOS 7 เส้นบาง Layer โปร่งแสง ลดขอบให้เหลือเท่าที่จำเป็น

UI ใหม่ของ iOS 7 เส้นบาง Layer โปร่งแสง ลดขอบให้เหลือเท่าที่จำเป็น

ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับการเปิดตัว iPhone 5s และ 5c กับคุณสมบัติหลายอย่างที่ตรงตามข่าวลือแบบเป๊ะๆ แต่ตอนนี้เรากำลังจะได้พบกับพระเอกตัวจริง ซึ่งเปลี่ยนมากที่สุด และมีผลกับการใช้งานมากที่สุดด้วย ก็คือระบบปฏิบัติการ iOS 7 ซึ่งอุปกรณ์ของแอปเปิลรุ่นใหม่ๆ ตั้งแต่ iPhone 4 และ iPad 2 ขึ้นไปสามารถอัพเกรดได้ ?ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นรุ่นล่าสุดเท่านั้น และ iOS 7 ก็เป็นอะไรที่เปลี่ยนหน้าตา วิธีใช้ รวมถึงการทำงานภายในไปมากที่สุดยิ่งกว่าฮาร์ดแวร์เสียอีก (และคาดว่าน่าจะเป็นพื้นฐานให้กับระบบของแอปเปิลไปอีกหลายปี ถึงแม้ว่าจะมี iPhone 6, 7 ตามออกมาอีก) อาทิเช่น

User Interface (UI) ใหม่

  • หน้าตาการดีไซน์ที่ทิ้งรูปแบบของวัตถุจริงออกไปมากมาย หรือที่เรียกกันว่าเป็นแบบ non-skeuomorphism เช่น ตรงที่กดหรือเลื่อนสั่งงานได้บางทีก็ไม่จำเป็นต้องทำรูปปุ่ม ถ้าผู้ใช้ดูออกอยู่แล้ว กระดาษโน้ตก็ไม่จำเป็นต้องมีเส้นบรรทัด เป็นต้น ตามที่ Jonathan Ive ซึ่งเป็น Senior VP ฝ่ายออกแบบและมีผลงานโดนๆ มามากมาย จากทั้งเครื่องแมครุ่นก่อนๆ ที่ไม่เหมือนใคร จนถึง iPhone และ iOS รุ่นล่าสุด ได้บอกไว้ว่า iOS 7 เน้นที่ simplicity ไม่มีเส้นสายอะไรที่รกรุงรังหรือเลียนแบบวัตถุจริงเกินความจำเป็น
  • การทำงานพร้อมๆ กันหลายโปรแกรมแบบ true multitasking ที่ยอมให้โปรแกรมทำงานอยู่เบื้องหลังได้โดยไม่จำกัดเฉพาะงานบางอย่างเหมือนใน iOS รุ่นก่อน

Continue reading

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Technology | Tagged , , , , , , , , , , | Leave a comment

Galaxy Gear & Google Glass เปิดศักราชคอมพิวเตอร์สวมได้ (Wearable computer)

“หลายคนมองว่า smart watch ทั้งหลายอาจจะไม่เวิร์ค เพราะคนรุ่นใหม่ไม่นิยมสวมนาฬิกาเหมือนแต่ก่อน หรือจะทำเป็นแว่นออกมาแบบ Google ก็ไม่แน่ว่าคนจะชอบ เพราะต้องมีอะไรรุงรังเป็นเสมือนส่วนเกินขึ้นมาอีก”?
Samsung Galaxy Gear

Samsung Galaxy Gear เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2013

Sony Smart Watch

Sony Smart Watch 2

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2013 ในงาน IFA ที่เบอร์ลิน Samsung ได้เปิดตัวอุปกรณ์ชนิดใหม่ในรูปแบบนาฬิกาข้อมือที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและรันแอพพลิเคชั่นได้ ในชื่อ Galaxy Gear หน้าปัดนาฬิกาเป็นระบบหน้าจอสัมผัส (touchscreen) มีกล้องฝังอยู่ที่สายคาดด้านหน้า และมีไมโครโฟนสำหรับคุยโทรศัพท์อยู่ด้านหลัง ความจริงนาฬิกาประเภทนี้มีมาก่อนแล้วจากหลายเจ้า เช่น Sony และอื่นๆ เรียกกันรวมๆ ว่าเป็น Smart watch แม้แต่ Apple ก็มีข่าวลือว่าจะออกนาฬิกาในชื่อ iWatch มาก่อนหน้า แต่ก็ยังไม่มีออกมา ส่วน Sony ก็เปิดตัว Smart Watch รุ่นใหม่ออกมาในงานนี้เช่นกัน ถึงแม้จะมีความสามารถน้อยกว่า แต่ก็สามารถใช้งานร่วมกับมือถือระบบ Android ได้ทุกรุ่น และแบตทนอยู่ได้ 2-3 วัน ขณะที่ของ Samsung ต้องใช้กับเครื่องของ Samsung เท่านั้น และแบตอยู่ได้ไม่เกิน 25 ชั่วโมง

หลายเดือนก่อนหน้านี้ Google ได้เปิดตัวแว่นวิเศษ Google Glass ?ที่มีกล้องติดอยู่ และสามารถแสดงข้อมูลต่างๆ ให้ผู้สวมเห็นเสมือนว่าอยู่หน้าจอภาพ โดยฉายภาพจากเครื่องโปรเจ็คเตอร์จิ๋วในกรอบแว่นไปที่กระจกแว่น ไม่ว่าจะมองไปทางไหน แว่นวิเศษนี้ก็จะตอบสนองต่อสภาพโดยรอบ และแสดงข้อมูลให้คุณเห็น ทั้งเส้นทางที่จะเดิน สภาพการจราจร ข่าว และข้อมูลอื่นๆ ที่หาได้จากเน็ต แว่นที่ว่านี้ไม่มีคีย์บอร์ดและทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน จึงใช้การรับคำสั่งด้วยเสียง เช่นที่เราได้ยินในโฆษณาว่า “OK Glass!” นั่นเอง

Google Glass มีทั้งกล้องถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอ แชร์ภาพที่เราเห็นให้คนอื่นดูได้
และฉายภาพหรือข้อมูลผ่านโปรเจ็คเตอร์จิ๋วให้เราเห็นได้ตลอดเวลา

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Gadget, Technology | Tagged , , , , , , , , , , , , | Leave a comment

ญี่ปุ่น โตเกียว+โยโกฮามา และบรรดา “มหานคร” ทั้งหลายในโลก

Tokyo Skytree

โตเกียวสกายทรี มองจากริมแม่น้ำสุมิดะ

ตอนนี้กระแสเที่ยวญี่ปุ่นกำลังมาแรง แซงโค้งเบียดเกาหลีกลับมาได้ด้วยการ “ทลายเขื่อน” คือเปิดให้คนไทยไปเที่ยวได้สูงสุดถึง 15 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า เลยถือโอกาสเอาเรื่องของกรุงโตเกียว มหานครที่ได้ชื่อว่ามีผู้คนแน่นขนัดที่สุดในโลกมาเทียบกับมหานครอื่นๆ ในอันดับต้นๆ ของโลกให้ดูกัน

ที่บอกว่าโตเกียวมีคนมากที่สุดในโลกนั้นไม่ใช่เมืองเดียวโดดๆ แต่เวลาจัดอันดับพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลกนั้น เค้าจะมองในรูปแบบของมหานครและรวมถึงปริมณฑล (พื้นที่ติดกัน) ผู้คนอยู่อาศัยและเดินทางไปมาเสมือนเป็นเมืองเดียวกันเข้าไปด้วย เรียกว่าเป็น urban area เหมือนอย่างกรุงเทพ ก็ต้องรวมเอา นนทบุรี กับ สมุทรปราการ เข้าไปด้วย ของญี่ปุ่นก็เช่นกัน โตเกียวจะถูกจับรวมกับเมืองคาวาซากิ (Kawasaki) และโยโกฮามา (Yokohama) ที่อยู่ถัดไปทางใต้ เลยสนามบินฮาเนดะลงไปอีกหน่อย รวมเป็นพื้นที่มหานครที่มีผู้คนหนาแน่นที่สุดโนโลกคือราว 37 ล้านคน!

Continue reading

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Travel, ความรู้ทั่วไป | Tagged , , , , , , , , , | Leave a comment

World War Z กับโทรศัพท์ดาวเทียม

25560802-131632.jpg

โทรศัพท์ดาวเทียมในภาพยนตร์เรื่อง World War Z (ภาพจากภาพยนตร์ และเฟซบุ๊ค My Iridium)

ใครที่ได้ไปดูหนังเรื่อง World War Z หนังตะลุยซอมบี้ที่นำแสดงโดยแบรด พิทท์ คงจะเห็นกันว่าพระเอกของเราใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหญ่ๆ หน้าตาดูโบราณ แถมจอขาวดำอีก เทียบไม่ได้เลยกับสมาร์ทโฟนทั้งหลายที่เราจับกันอยู่ทุกวัน แต่ก็อาจจะสงสัยอยู่ว่ามันเป็นโทรศัพท์อะไร พิเศษยังไง ถึงได้สามารถโทรกลับมาหาครอบครัวได้จากทุกที่ในโลก ไม่ว่าจะเป็นป่าเขา กลางทะเล จากบนเครื่องบิน ฯลฯ หรือแม้แต่ในหลายๆ ที่ที่เมืองถูกทำลายย่อยยับโดยฝูงซอมบี้ไปหมดแล้ว ซึ่งเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สายธรรมดาๆ น่าจะถูกทำลายหรือขาดพลังงานไปด้วย

โทรศัพท์ที่ว่านี้คือระบบ “อิริเดียม” (Iridium) ครับ เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบที่ไม่ได้ส่งผ่านเสาสัญญาณธรรมดาของมือถือค่ายไหน แต่ใช้ดาวเทียมจำนวน 66 ดวงที่โคจรอยู่รอบโลกเป็นตัวรับสัญญาณโดยตรง ดาวเทียมที่ว่านี้เป็นของบริษัทอิริเดียมเอง โคจรรอบโลกในระดับต่ำคือประมาณ 700 กม. จากพื้นผิวโลก เพื่อทำหน้าที่รับสัญญาณจากเครื่องในมือของผู้ใช้ แล้วส่งต่อไปยังดาวเทียมอิริเดียมดวงอื่นกรณีหาโทรศัพท์อิริเดียมด้วยกัน หรือส่งลงมายังพื้นโลกเพื่อเชื่อมกับระบบโทรศัพท์ธรรมดา ทำให้คุยกับใครจากที่ไหนๆ ก็ได้บนโลกนี้ แม้แต่จะโทรจากขั้วโลกทั้งเหนือและใต้! รวมถึงเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ด้วย แต่ยังได้ความเร็วต่ำมากคือ 2.4 kbps ประมาณมือถือยุค 1G ก่อนจะมี Edge เสียอีก แค่ส่ง sms หรืออีเมล์ข้อความได้เท่านั้น (ช้ากว่า 3G ประมาณ 1,000 เท่า!) แต่แค่นี้ก็นับว่าเก่งแล้ว เพราะลองนึกถึงว่าเครื่องในมือคุณต้องส่งสัญญาณแรงพอที่จะขึ้นไปให้ถึงดาวเทียมที่ห่างไป 700 กม. ถ้าอยู่เหนือหัวพอดี หรือตอนที่ไม่ตรงหัวทำให้ต้องส่งสัญญาณเฉียงๆ ก็อาจต้องส่งไกลถึงเป็นพันกิโลเมตร ประมาณกรุงเทพ-สิงคโปร์ ในขณะที่สมาร์ทโฟนปกติที่เราใช้กันส่งสัญญาณไปถึงสถานีฐานได้ระยะไม่กี่กิโลเมตรหรืออย่างมากก็แค่ระดับสิบ กม. เท่านั้น

Continue reading

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Technology, Travel | Tagged , , , , , | Leave a comment

Sarah Brightman กับโชว์ไฮเทคยุคอวกาศ “Dreamchaser”

Sarah Brightman - Dreamchaser in Bangkok

เครดิตภาพ: Facebook คุณ Peter-pan Kamnuanthip (ผมนั่งไกล ถ่ายไม่ได้แบบนี้หรอกครับ :-)

พอดีเมื่อวาน (31/07/2013) มีโอกาสไปดูโชว์สุดอลังการของนักร้องเสียงโซปราโนระดับโลกอย่าง ซาราห์ ไบรท์แมน เจ้าของบทคริสทีน นางเอกในเรื่อง Phantom of the Opera คนแรก ตั้งแต่เปิดการแสดงเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน (แถมยังมีดีกรีพ่วงท้ายเป็นอดีตภรรยาของ Andrew Lloyd Weber ผู้ประพันธ์ของละครเพลงเรื่องนี้อีกด้วย) ที่แวะมาแสดงที่เมืองไทย วันเดียว รอบเดียว แบบไม่ทันตั้งตัว เพราะเป็นที่สุดท้ายในการเดินสาย World Tour เพื่อโปรโมทอัลบั้ม Dreamchaser ของเธอที่จัดแสดงไปแล้วหลายสิบรอบทั่วโลก เลยต้องเก็บรายละเอียดมาเล่ากันหน่อย จะถูกผิดอย่างไรก็ถือเป็นความเห็นส่วนตัวในฐานะคนฟังธรรมดาๆ ไม่ใช่นักวิจารณ์ทางด้านนี้แต่อย่างใดนะครับ

เพลงที่เธอนำมาร้องส่วนใหญ่มาจากอัลบั้มชื่อเดียวกันที่เพิ่งออกเมื่อต้นปี เปิดด้วยเพลง Angel ซึ่งที่จริงแล้วถูกปล่อยออกมาเป็นเพลงเดี่ยวหรือ single ก่อนหน้า และอีกหลายๆ เพลงในอัลบั้มนี้ นอกนั้นก็เป็นเพลงจากอัลบั้มอื่นๆ ที่มีเนื้อร้องอาจไม่ยาวนัก แต่เปิดโอกาสให้เธอโชว์พลังเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ได้อย่างเต็มที่ เสียงสูงและใสกิ๊งแบบที่ถ้าไม่เห็นหน้าหรือรู้ประวัติก็ยากที่จะเดาอายุได้ (ที่จริงเธอก็ยังทำหน้าสวยอยู่ ถึงแม้จะเลยหลักสี่ไปเป็นสิบปีแล้วก็ตาม ;-) บางเพลงก็นำมาจากบทเพลงคลาสสิค เช่น Figlio Perduto ที่นำทำนองมาจากบางส่วนของท่อนที่สอง Allegretto ของ Symphony หมายเลข 7 ของบีโธเฟน (จากอัลบั้ม “La Luna” ของเธอในปี 2000) หรือ Song of India บทเพลงสั้นๆ ผลงานของริมสกี้ คอร์ซาคอฟ (Rimsky Korsakov) คีตกวีรัสเซีย จากอัลบั้มล่าสุด Dreamchaser หรือเพลงโฟล์คอย่าง Scarborough Fair ที่คุ้นหูคนทั่วไป (จากอัลบั้ม La Luna เช่นกัน) แต่ที่คนดูรู้จักกันดีและลุกขึ้นปรบมือให้อย่างยาวนานที่สุดก็หนีไม่พ้น Phantom of The Opera เพลงเอกประจำตัวของเธอ (ไม่รู้เธอจะเบื่อบ้างมั้ยที่ร้องเพลงนี้มาหลายพันหรือเป็นหมื่นเที่ยวแล้ว แต่คนก็ยังชอบมากกว่าเพลงใหม่ๆ ที่เธอตั้งใจจะนำมาเสนออยู่เรื่อย)

Continue reading

FacebookTwitterGoogle+
Posted in Leisure, Lifestyles | Tagged , , , , , , , , | Leave a comment