จาก 𝗠𝗲𝘁𝗮𝘃𝗲𝗿𝘀𝗲 ถึง 𝗔𝗕𝗕𝗔𝘁𝗮𝗿𝘀

สัปดาห์ก่อนนี้มีข่าว Facebook เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta เพื่อแแสดงความมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำในโลก Metaverse แต่อีกข่าวหนึ่งที่มาไล่เรี่ยแทบจะในสัปดาห์เดียวกันก็คือ อัลบั้มเพิ่งออกใหม่ Voyage ของวง ABBA ขายดีติดอันดับต้นๆ ของชาร์ทชนิดที่กวาดไปหลายประเทศทั่วโลก และกำลังจะตามมาด้วยคอนเสิร์ตที่ใช้ร่างอวตารของศิลปิน หรือที่ทางวงเค้าเรียกกันว่า “Abbatars” ร่วมกับวงดนตรีที่แสดงสด

ทั้งสองข่าวนี้น่าจะมาแนวคล้ายๆ แต่ตรงข้ามกัน ทางของ Meta คือโลกออนไลน์เสมือนที่ผู้ใช้จะนำเอาตัวตนเสมือนหรือร่างอวตาร (avatar) เข้าไปรับรู้ประสบการณ์เสมือนจริงต่างๆ ส่วนทางของ ABBA นี่คือเอาร่างอวตารของศิลปินออกมาแสดงคอนเสิร์ตให้ชมสดๆ บนเวที

สำหรับท่านที่เคยได้ยินชื่อที่เป็นตำนานของ ABBA ถูกแล้วครับ ผมกำลังพูดถึงกลุ่มศิลปินระดับ super (trouper?) group จากสวีเดนที่โด่งดังสุดขีดในยุค ‘70 และไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่มานานถึง 40 ปีแล้ว โดยอัลบั้มสุดท้ายก่อนหน้านี้คือ The Visitors ในปี 1981 และหลังจากนั้น ABBA ก็ประกาศแยกวงในปี 1982 (ตามมาด้วยการแต่งงานและเลิกรากันไปทั้ง 2 คู่ในวง นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่การ reunion ไม่ง่ายนัก) หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีงานใหม่ออกมาอีกเลย นอกจากการเอาเพลงเก่ามาทำเป็นหนัง อย่าง Mamma Mia! ในปี 2008 ที่ประสบความสำเร็จจนสามารถมีภาคต่อคือ Mamma Mia! Here We Go Again ในปี 2018 คือหนังเรื่องที่คุณได้เห็นพระเอกสายลับมาดเท่ห์อย่าง Pierce Brosnan (เจมส์ บอนด์ 007 ยุค ‘90) หรือ Colin Firth (Kingsman ทั้งสองภาค) มาร้องเล่นเต้นรำในหนังเพลงแบบสบายๆ ประชันกับดาราระดับตุ๊กตาทองหลายตัวอย่าง Meryl Streep นั่นแหละ

ใครที่นับอายุบวกลบคุณหารดูก็คงนึกออกว่าศิลปิน ABBA แต่ละคนตอนนี้ก็อยู่ในวัย 70 ต้นๆ กันเข้าไปแล้ว การจะออกมาเล่นคอนเสิร์ตหลายๆ รอบแบบสุดพลังให้แฟนๆ ได้ชมในที่ต่างๆ แบบที่เคยทำตอนวัยรุ่นนั้นแทบจะไม่ต้องคิด แต่เทคโนโลยีในปัจจุบันได้ทำให้เราสามารถชมศิลปินในรูปแบบอวตารได้ด้วยการทำ motion capture ร่วมกับเทคโนโลยีกราฟิกขั้นเทพจาก Industrial Light and Magic (ILM) บริษัทเดิมของ จอร์จ ลูคัส ที่ทำ Computer Graphic (CG) ให้กับภาพยนตร์ Star Wars มาตั้งแต่ภาคแรก A New Hope จนถึงภาคใหม่ๆ ในปัจจุบันที่มาอยู่ในเครือ Disney ดังนั้นเราจึงจะได้เห็นร่างอวตารของศิลปินในรูปแบบที่แฟนๆ คุ้นเคย คือราวช่วงปี 1979 มาแสดงคอนเสิร์ตให้ชมกัน อย่างที่ทีมงานของ ILM เล่าไว้ว่า “ที่คุณจะได้เห็นบนเวทีนั่นคือตัวตนของ ABBA จริงๆ ไม่ใช่ตัวแสดงแทน”
เอาเข้าจริงๆ แล้วงานใหญ่ระดับนี้ใช้เวลาสร้างสรรค์ไม่น้อย เฉพาะแค่ช่วงบันทึกการเคลื่อนไหวก็นานถึง 5 สัปดาห์ โดยสอง (อดีต) หนุ่มจาก ABBA ถึงกับบ่นอุบเรื่องที่ต้องยอมโกนหนวดเคราเพื่อให้อุปกรณ์ motion capture ที่ติดไว้ทั่วตัวทำงานได้ดีที่สุด โดยใช้กล้องถึง 160 ตัว และทีมงานทั่วโลกราว 500 – 1,000 คน จนได้เป็น virtual concert ที่แสดงร่วมกับวงแบ็คอัพที่เล่นดนตรีสด ความยาวประมาณชั่วโมงครึ่ง โดยจะจัดแสดงให้ชมในเวทีเฉพาะกิจ “ABBA Voyage” (ชื่อเดียวกับอัลบั้ม) ที่สร้างขึ้นที่ Queen Elizabeth Olympic Park ที่เคยใช้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคในปี 2012 ในกรุงลอนดอน อังกฤษ ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนของปีหน้า (27 พฤษภาคม 2022) เป็นต้นไปจนถึงช่วงปลายปี ซึ่งแต่เดิมแพลนไว้ถึงตุลาคม แต่ตอนนี้ขยายออกไปถึงต้นเดือนธันวาคมแล้ว เวทีคอนเสิร์ตนี้สร้างเป็นรูปหกเหลี่ยม จุผู้ชมได้ถึง กว่า 3,000 คน (1,647 ที่นั่งและผู้ยืนชมอีก 1,353 คน) สร้างจากไม้ซุงและสามารถถอดย้ายไปประกอบใหม่ที่อื่นได้ตามเทรนด์ reusable

คอนเสิร์ตและอัลบั้มใหม่นี้ นับเป็นหนึ่งในการ reunion ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการเพลง ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อนหลังจากแยกย้ายกันไปถึง 40 ปี แต่ก็เป็นเครื่องทดสอบถึงความนิยมหรือ staying power ของ ABBA ที่ซึ่งการทดลองอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลก อย่างการเอาเพลงเก่ามารวมๆ กันทำออกมาเป็นหนังแบบเป็นเรื่องเป็นราวอย่าง Mamma Mia! ก็ทำมาแล้วตั้งสองภาค และถ้า virtual concert แบบนี้ประสบความสำเร็จ ก็น่าจะเป็นต้นแบบให้กับศิลปินระดับ super band หรือ super group ในตำนานอื่นๆ ที่ยังมีแฟนเพลงคิดถึงและติดตามอยู่ มากพอ ได้จัดแสดงผลงานทั้งเก่าและใหม่ออกมาได้ในรูปแบบที่น่าสนใจ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าหลังจากจบอีเวนท์แล้วเราอาจได้เห็น virtual concert นี้่ในแบบออนไลน์ล้วนๆ ตามมาก็เป็นได้ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ต้องนับเป็น Milestone หรือหมุดหมายที่น่าสนใจอันหนึ่งบนเส้นทางสู่โลกทิพย์หรือ Metaverse โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเป้าหมายของคอนเสิร์ตนี้ที่ส่วนใหญ่น่าจะพ้นวัยรุ่นมานานพอสมควร (อุ๊บส์!) ซึ่งอีเวนท์ลักษณะนี้น่าจะเป็นแรงจูงใจให้เข้าสู่ Metaverse ได้รวดเร็วไม่แพ้กิจกรรมอื่นที่เน้นกลุ่มเป้าหมายไปที่คนรุ่นใหม่เลย
.
เชื่อว่าในอนาคตเราคงจะได้เห็น virtual event ในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายขึ้น และจัดทำด้วยเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นกว่าที่ผ่านมา
.
ปล. ภาพประกอบนี่ผมตั้งใจลงเฉพาะจากตัวอย่างที่อยู่บนเน็ตนะครับ ไม่ค่อยอยากลงรูปเบื้องหลังหรือปัจจุบันซักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าใครอยากรู้อยากเห็นมากกว่านี้ก็ลองหาดูเองละกัน ที่เพจ official คือ ABBA Voyage ก็มี ส่วนเพลงเต็มอัลบั้มนี่ก็มีทั้งขายให้โหลด และหาฟังได้ในบริการ streaming หลายที่ทั่วไป